รัฐบาลปลื้ม! โรดโชว์จีนสำเร็จ คาดเงินลงทุนเข้าไทยกว่า 7 หมื่นล้านบาท
"เอกนิติ" เผยผลสำเร็จร่วมคณะ "อนุทิน" เยือนจีน ปิดดีล 4 ยักษ์ใหญ่จีนกลุ่มอุตสาหกรรมสมัยใหม่ EV-AI จ่อหอบเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยกว่า 70,000 ล้านบาท พร้อมจ้างงานทะลุ 30,000 อัตรา
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงภาพรวมการเดินทางร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำทีมประเทศไทยเดินสายโรดโชว์ดึงดูดการลงทุน ณ เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้มีการเปิดโต๊ะเจรจาเจาะลึกแบบตัวต่อตัวกับ 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับท็อปของจีนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีขั้นสูง ฉางอาน อินโนไลท์ อีออปโตลิงก์ และเสียวหมี่ ว่า ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
คาดว่าจะกวาดเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยได้สูงถึง 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการต่อยอดฐานลงทุนเดิม 50,000 ล้านบาท และเตรียมอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนใหม่อีกกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เปรียบเสมือนลมใต้ปีก เร่งให้กลุ่มทุนต้องย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังอาเซียน โดยมีไทยเป็นเป้าหมายอันดับต้น ๆ
นอกจากนี้ ในวันนี้ (19 ก.ค.) บีโอไอยังจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ให้กับนักธุรกิจไทยที่เดินทางมาร่วมเปิดสำนักงานบีโอไอที่เฉิงตู เพื่อให้นักธุรกิจไทยและจีนได้หารือความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งจะทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก
"ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นคลื่นการลงทุนลูกใหม่ ที่สามารถเทียบชั้นได้กับยุคทศวรรษ 1980 ซึ่งกลุ่มทุนญี่ปุ่นแห่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ดจนเกิดเป็นยุคโชติช่วงชัชวาล แต่ในรอบนี้คือการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งเทคโนโลยี AI ยานยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์อัจฉริยะ สอดคล้องกับรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ประเมินว่าประเทศไทยกำลังผงาดเป็นดาวรุ่งด้านเทคโนโลยีระดับโลก" นายเอกนิติ กล่าว
นายกรัฐมนตรี นำทีมนักธุรกิจไทย มาเจอนักลงทุนจีน สิ่งหนึ่งที่เราได้เจอนักลงทุน 4 รายใหญ่ที่มีการลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเรื่องอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ทั้งเรื่อง เอไอ เรื่องอุตสาหกรรมรถยนต์สมัยใหม่ ซึ่งวันนี้ได้ใช้ฐานการผลิตในประเทศไทย เป็นฐานสำหรับในการส่งมอบในเรื่องของอุตสาหกรรม และสินค้าชนิดใหม่ ๆ โดยเฉพาะเกี่ยวกับ เอไอ สิ่งที่จะมาลงทุนในเมืองไทยตอนนี้ มีเม็ดเงินรวมประมาณ 70,000 ล้านบาท มีการจ้างงานรวมประมาณ 30,000 คน ซึ่งสิ่งที่ทางรัฐบาลได้ขอร้องกับนักลงทุนไทยก็คือ ขอให้ต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมต่อเนื่องของเมืองไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีรายย่อยของไทยทั้งในอุตสาหกรรม เรื่องเอไอ อุตสาหกรรมเรื่องรถยนต์สมัยใหม่ นอกจากนั้นจะเป็นการจ้างงาน เราขอให้มีการเทรนนิ่งให้ถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย ซึ่งทั้ง 4 เจ้า ก็ตกลงที่จะไปลงทุนในอาร์แอนด์ดี รีเสิร์ช ดีเวลลอปเมนท์ ในเมืองไทยเพิ่มเติมขึ้น
ส่วนจะต่อยอดในอนาคตได้อย่างไรบ้างนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้โลกมันเปลี่ยนทิศทางเรื่อง เอไอ เป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญมาก ใครที่คว้าอุตสาหกรรมนี้ได้ก็จะสามารถเติบโตไปในอนาคต วันนี้เมืองไทยทุกคนมองว่าที่เขาตัดสินใจเลือกมาเมืองไทย นอกจากสภาพแวดล้อมที่เห็นว่าเมืองไทยมีความเป็นกลาง แล้วโครงสร้างพื้นฐานเราพร้อม แล้วเรากำลังเปิดในเรื่องของอุตสาหกรรม ในเรื่องพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นฐานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ตรงนี้จะช่วยดึงดูดนักลงทุนมาเยอะ แล้วก็จะช่วยสร้างงานใหม่ สร้างรายได้ใหม่ให้กับ ธุรกิจไทยและคนไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB